twitter ploy Facebookgroup

ระดับหลักประกันในการเทรดสกุลเงินคืออะไร


โพสต์เมื่อ: 20 มี.ค 2564 เวลา 15:09:02 น. อ่าน: 189 ครั้ง
ระดับหลักประกันในการเทรดสกุลเงินคืออะไร
ระดับหลักประกันในการเทรดสกุลเงิน
หนึ่งในตัวชี้วัดหลักหรือเครื่องมือที่เทรดเดอร์ใช้ในปัจจุบันคือ ระดับหลักประกัน (Margin Level)


ในขณะที่ Margin คือผลต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกับราคาขายของผลิตภัณฑ์หรือบริการหนึ่ง ๆ แต่ Margin Level นั้นคือเงินประกันที่นักลงทุนถือเอาไว้เพื่อให้สามารถเปิดสถานะที่มีอยู่ได้

คำจำกัดความที่พื้นฐานที่สุดของคำนี้คือ ค่าร้อยละที่คิดจากจำนวนของเงินประกันที่ใช้ได้และเข้าถึงได้เทียบกับเงินประกันเพียงอย่างเดียว พูดง่าย ๆ ก็คือ นี่คือค่าสหสัมพันธ์ของจำนวนเงินทั้งหมดของบัญชีกับเงินประกันซึ่งคำนวณมาได้ด้วยวิธีเฉพาะ

การคำนวณระดับหลักประกัน (Margin Level) ปกติจะต้องหารจำนวนเงินทั้งหมดของบัญชีด้วยเงินประกันที่ใช้ แล้วคูณด้วยร้อย ระดับหลักประกันที่คำนวณได้นั้นจะถูกใช้ในการคาดการณ์ว่าเทรดเดอร์จะสามารถเข้าซื้อในตลาดสกุลเงินใหม่ได้หรือไม่ สมการนี้ปกติจะช่วยให้เทรดเดอร์คำนวณได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าจะสามารถใช้เงินทุนเพื่อเปิดการซื้อขายใหม่ได้กี่เปอร์เซ็นต์


การเทรดกับระดับหลักประกัน
ในการเทรดในตลาดสกุลเงิน เทรดเดอร์หรือนักลงทุนจะต้องเข้าใจเรื่องหลักประกัน (Margin) และระดับหลักประกัน (Margin Level) ก่อน ดังนั้นก่อนที่จะทำความคุ้นเคยกับการเทรดสกุลเงิน เราจะต้องมาทำความเข้าใจกับแนวคิดของระดับหลักประกัน

การใช้ระดับหลักประกันในการเทรดสกุลเงินนั้นสามารถอธิบายได้อย่างดีที่สุดเช่นนี้ เมื่อนักลงทุนเปิดบัญชีซื้อขายโดยวางหลักประกันเพื่อเทรดในตลาดสกุลเงิน นักลงทุนจะต้องสามารถฝากเงินจำนวนหนึ่งซึ่งก็ตามแต่เปอร์เซ็นต์หลักประกันของโบรกเกอร์นั้น ๆ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในช่วงหนึ่งหรือสองเปอร์เซ็นต์

ในการเทรด หลักประกัน (Margin) เป็นส่วนหนึ่งของการเทรดสกุลเงินซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับประกันได้ว่าการทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินนั้นจะให้ผลกำไรที่สูง รวมถึงพื้นฐานความรู้ที่กว้างขวางในเรื่องระดับหลักประกัน (Margin Level) และการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) ด้วย สิ่งเหล่านี้ยังสามารถช่วยสร้างกลยุทธ์การเทรดที่เสถียรซึ่งสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการขาดทุนและสร้างผลกำไรให้ได้อีกด้วย


การเรียกหลักประกันเพิ่ม
เนื่องจากนักลงทุนยืมเงินจำนวนหนึ่งจากโบรกเกอร์เพื่อเปิดการเทรดและการลงทุน การขาดทุนหรือราคาหลักทรัพย์อาจมาถึงจุดที่ตกลงไปต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการหรือหลักประกันรักษาสภาพ ตรงนี้คือจุดที่การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) เข้ามา นักลงทุนจะถูกเรียกหลักประกันเพิ่มจากโบรกเกอร์ของตน หากสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ของพวกเขาจำนวนหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนซื้อโดยใช้เงินประกันที่ยืมมา นั้นสูญเสียมูลค่าหรือลดลงถึงจุดหนึ่ง เปอร์เซ็นต์ที่จะพิจารณาว่ามูลค่าลดลงมักจะอยู่ที่ประมาณ 25% อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็มักจะตามแต่โบรกเกอร์หรือจำนวนเงินที่ใช้ในการซื้อหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดังกล่าว

การเรียกหลักประกันเพิ่มที่โบรกเกอร์ทำนั้นจะต้องการให้นักลงทุนทำการฝากเงินอีกครั้งในจำนวนที่จำเป็นต้องใช้สำหรับเป็นหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชีซื้อขายโดยวางหลักประกัน (Margin Account) นอกจากนี้ยังอาจเรียกว่าเป็นหลักประกันรักษาสภาพเริ่มต้น (Maintenance Requirement) เนื่องจากตามหลักแล้วมันเป็นจำนวนเงินที่ต้องมีเพื่อให้บัญชีหรือการลงทุนเปิดอยู่ได้


การซื้อด้วยมาร์จิ้น
ในการลงทุน การซื้อด้วยมาร์จิ้น (Margin Buying) โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการซื้อสินทรัพย์หรือสกุลเงินที่ราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าดั้งเดิมของสินทรัพย์นั้น ๆ และจ่ายค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนส่วนที่เหลือจากโบรกเกอร์หรือบริษัทการเงินซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นธนาคาร โดยโบรกเกอร์มักจะมีตัวเลือกนี้ให้พร้อมบัญชีซื้อขายโดยวางหลักประกัน (Margin Account)

 

ร่วมโหวตคะแนนให้เรื่องนี้ คะแนน 0.0 จาก 5 ผู้อ่าน 0 คน
HTML FOR SHARE ::
BB CODE FOR SHARE:

เรื่องแนะนำ

8 เรื่องน่ารู้ของบิทคอยน์ที่อาจจะร้องว้าว

นอกเหนือจากราคาBitcoinที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างดีในระยะยาวจนทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันแล้วบิทคอ

รู้จักบิทคอยน์มากยิ่งขึ้น

ราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวเป็นขาขึ้นสร้างจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนเหนือสินทรัพย์ใดๆทำใ

การเทรดออนไลน์เบื้องต้น

การเทรดออนไลน์เบื้องต้นฉบับง่ายการเทรดหลักทรัพย์ตอนนี้สามารถเข้าถึงและหาได้ง่ายสำหรับทุกคนและนี่ก็เพ

การเทรด CURRENCIES คืออะไร

การเทรดCurrencies:บทนำสู่การเทรดสกุลเงินด้วยถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกCurrencies(ตลาดแลกเปลี่ยนเง